ข้อมูล Encephalartos Middelburgensis

ข้อมูล Encephalartos Middelburgensis

John J.Lavranos และ Douglas L.Goodeได้อธิบายไว้ว่า Encephalartos Middelburgensis เป็น Main หลัก และอธิบายว่า Encephalartos Eugene-maraisii เป็น Subspecies

ในปี 1989 โดย P.J.(Hannes) Robbertse, Piet J.Vorster และ Suzelle van der Westhuizen อธิบายว่า Encephalartos Middelburgensis  เป็น สายพันธุ์ที่สูงกว่า Encephalartos Eugene-maraisii ไม่ใช่ Subspecies อีกต่อไป

ที่อยู่อาศัย(Habitat) :

สายพันธุ์นี้จะอาศัยอยู่เหนือแม่น้ำ Olifants River ระหว่าง Middelberg กับ  loskop dam ใกล้ Groblersdal in Mpumalanga มันเติบโตในสภาวะที่มีหินเกิดขึ้นมากๆบนความลาดชันบริเวณนี้ดินจะมีลักษณะเป็นกรดอ่อนๆ ที่ระดับความสูง 1000-1400 m.เหนือน้ำทะเล โดยปกติทั่วไป จะมีปริมาณน้ำฝนบนพื้นที่นี้ 600 มิลลิเมตรต่อปีโดยจะเกิดขึ้นในฤดูร้อนเป็นส่วนใหญ่  เมล็ดที่ผสมแล้วในป่าจะปรากฎน้อยมากและสายพันธุ์นี้จะถูกแรงกดดันจากนักสะสมจำนวนมาก และเป็นสายพันธุ์ที่นักสะสมต้องการมากชนิดหนึ่ง โดยปกติถ้าโชคดีนั้น อย่างไรก็ตามอาจจะพบกลุ่มของสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในธรรมชาติและถูกป้องกันด้วยระบบปิดของธรรมชาติไปจนถึงตำแหน่ง The Loskop Dam

การดำรงการเป็นอยู่(Cultivation) :

เป็นชนิดที่เรียกว่า ใบสีน้ำเงินแกมเขียวซึ่งเป็นหนึ่งใน ปรงแอฟริกา โดยหนังสือบอกว่า Encephalartos Middelburgensis เป็นคู่แข่งกับ Encephalartos  Nubimontanus โดย Encephalartos Middelburgensis จะโตเร็วกว่า  เพราะ  Encephalartos Middelburgensis สามารถอยู่ได้ตั้งแต่ Full Sun จนถึง Frost hardy หรือ  Heavy frosts ขยายพันธุ์โดย เมล็ด(seeds) และการแยกหน่อ (Sucker)  แต่ทางเมล็ดจะมีปัญหาตอนแตกมา 1 ใบคือ โรคเชื้อรา ที่มีชื่อว่า “dampinf off ”  ซึ่งจะเข้าไปทำลายเมล็ดที่มีการแตกใบมา 1 ใบเสมอ

ลำต้น(Stem)

ลำต้นจะตั้งตรงขึ้นไปในอากาศ โดยจะไม่มีกิ่งก้าน เมื่อลำต้นอาจจะมีการโน้มเอียงและกลับมาคลานบนดินได้เมื่อมันยาวมากๆและอาจจะมีหน่อเกิดขึ้นได้ที่ลำต้น

Encephalartos Middelburgensis สามารถสูงได้ถึง 7-8 เมตร ส่วน  Encephalartos Eugene-maraisii จะสูงได้เพียง 4 เมตร

Encephalartos Middelburgensis เส้นผ่านศูนย์กลาง 250-500 มิลิเมตร

ที่ปลายยอดลำต้นจะมีลักษณะที่ไม่เด่นและมี cataphylls เป็นแท่งสีเทาปกคลุม

ลักษณะใบ(Leaves)

ใบจะมีสีน้ำเงินอมเขียวทั้งสองด้านจะมีสีเหมือนกัน ใบย่อยทั้งหมดจะมีลักษณะที่ใหญ่และตรงแต่ว่าที่ปลายใบจะชี้ขึ้นไปในแนวตรง  ใบจะมีลักษณะที่แข็ง

ก้านใบจะยาว 1.0-1.5 m บางตำราว่า 1.1-1.8 m.

ใบย่อย จะมีความยาว 180-190 mm.และกว้าง 14-19 mm บางตำรา จะบอกว่ายาว 160-230 mm.และกว้าง 11-17 mm.

ที่หน้าหลังใบย่อยเมื่อใบแก่ จะไม่มีปุ่มเล็กๆที่เรียกว่า(nudules) และไม่มีขนที่ใบ ผิวใบลื่น

ในบางครั้งที่พบเฉพาะที่เมือง Juvenile จะมี 1-2 หนามเล็กๆที่ขอบใบเรียกว่า Tooth

Basal leafets: จะลดขนาดใบ จนถึง 1-2 หนาม เท่านั้น

pp-angle 20°-80° at stem apex และค่า pp-angle จะเพิ่มเป็น 40°-180° at the  blade”s base

pr-angle 20°-30° at the leaf apex และค่า pr-angle จะเพิ่มเป็น  50°-70° at the  blade”s base

s-angle (-30°) ถึง(-60°) at the leaf apex แต่ว่าค่าจะเป็น 0° ถึง -30° สำหรับที่เหลือของ the leaf blade

ใบย่อยทั้งหมดจะถูกทับซ้อนแบบบนทับล่าง(Succubously)ที่ปลายใบเท่านั้น

Petiole 100-200 mm.*****ยกเว้น Avontuur form

***** Avontuur Form จะเกิดที่  loskop dam ใกล้ Groblersdal in Mpumalanga โดย (No Petiole)เมื่อได้รับแสงมากตอนแตกใบใหม่ แต่ถ้าได้รับแสงน้อย ระยะหนามอาจจะยืดขึ้นมาได้บางแต่การเรียงของหนามยังเป็น serie อยู่ *** และมีเฉพาะตัวผู้เท่านั้น (male cone) จึงจะหามาได้เฉพาะการแยกหน่อเท่านั้น Avontuur Form จะเป็นชนิดที่หายากรองลงมาจาก Encephalartos Dolomiticus ในกลุ่ม Transvaals

Median leaflets: ความยาว 180-190 มิลลิเมตร ความกว้าง 14-19 มิลลิเมตร ลักษณะใบจะมีลักษณะคล้ายกับหนัง(leathery)และไม่มีปุ่ม(without nodules) ใบย่อยทั้งหมดของ พืชทางJuvenile จะมี 1หรือ 2 หนามเล็กๆคล้ายฟัน(teeth) ตรงด้านขอบใบ อาจจะมีได้ 1 หรือ 2 ด้านของขอบใบ แต่เมื่อโตเต็มที่ขอบใบจะพบว่าไม่มีหนาม โดยขอบใบบนของใบย่อยจะบิดโค้งขึ้นขณะที่ขอบใบล่างจะบิดโค้งลง

Cone

ทั้งสองเพศผลิต 4-8 Conesต่อฤดูต่อต้น ทั้งสองชนิดนี้จะเป็นสี reddish-brown จะมีขนสั้นๆที่ภายนอก แต่ในบางกรณี Cones จะมีสีเขียวสว่าง

ที่แรกที่ออก cone จะมีสีน้ำเงินแกมเขียว ต่อมาเป็นสีเขียวอ่อน แล้วค่อยเป็นสีน้ำตาล

Male Cone:  จะยาว 450-700 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 85-130 มิลลิเมตร และมียาว a peduncle 50-170 มิลลิเมตร  the fresh mass of a cone จะมีค่า 2.1-2.6 กิโลกรัม และมันจะมีค่า 400-600 sporophylly ซึ่งจะมีปริมาณมากของ Pollen ระหว่างเดือน มีนาคมถึงพฤษภาคม

Female Cone: จะยาว 350-450 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 170-200 มิลลิเมตร และ a peducle ขึ้นได้ยาวถึง 150 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่พอจะสังเกตุได้ โดย the cataphylls ของปลายยอดลำต้น จะออกมาครั้งล่ะ 3-5 cone  A cone มีน้ำหนักเมื่อตัดสดอยู่ที่ 2.7-3.4 กิโลกรัม และ 110-150 sporophyllsของ apical sterile อันหนึ่ง ประกอบด้วย 10%ของ Cones ที่จะไม่ disintegrate spontaneously แต่ว่าเมื่อแห้งแล้วจะอยู่ในช่วงกันยายนถึงตุลาคมจะมีค่า 170-260 ที่มีโอกาสสัมผัส omnulesต่อ Cone ซึ่งอย่างไรก็ตาม การรักษาต้องให้ภายในแห้งด้วย

Seeds : จะมีสีเหลืองถึงน้ำตาลอ่อน ขนาดความยาว 38-40 มิลลิเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 22-24 มิลลิเมตร the sarcotesta index จะประมาณ 9% และ the sarcotesta จะไม่สามารถกลับมาเป็น mucilaginous on ripening แต่จะอ่านเป็น peeled off the kernal จัดว่ามันไม่ต้องการความแห้งมากนัก

Seed kernals: ความยาว 33-39 มิลลิเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 22-24 มิลลิเมตร ผิวเรียบและมีเหลี้ยมที่มุมเล็กน้อยซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ the kernal’s proximal end.

Note

The original Encephalartos Middelburgensis อธิบายของสายพันธุ์นี้ สายพันธุ์นี้ได้กล่าวถึงการพัฒนาที่ดีของ petioleของก้านใบทั้งหมด หลังจากนักสะสมจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ the Avontuur ทางด้านตะวันออกของLoskop Dam ก็พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นก็คือ “No Petiole”เมื่อได้รับแสงมากตอนแตกใบใหม่ แต่ถ้าได้รับแสงน้อย ระยะหนามอาจจะยืดขึ้นมาได้บางแต่การเรียงของหนามยังเป็น serie อยู่ ซึ่งจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ E.dyerianus แต่ว่าถ้าพิจารณา The microsporophyll bullue ของ The ” Avontuur form” ของ Encephalartos middelburgensis ก็จะรู้ว่าเป็นสายพันธุ์นี้เหมือน original Encephalartos middelburgensisทุกประการ  แต่สิ่งที่โชคไม่ดีเกิดขึ้นก็คือ สายพันธุ์ที่เป็น” Avontuur form” มีแต่ male cone ของ Encephalartos middelburgensis ที่รู้จักกัน อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยที่สุดมี 1 female ในสวนที่มีลักษณะเหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็น original หรือไม่ และเป็นที่รู้กันและจะสามารถช่วยให้ความสมดุลในสามารถพันธุ์ ” Avontuur form” ของสายพันธุ์นี้เกิดขึ้น

ที่ The south africa cycads จะมีสีที่ใบเป็นสี blue-green leaves ที่ว่า การขาดความโดดเด่นที่ฐานตรง  basal leaf collar.   Encephalartos Middelburgensis สามารถชี้โดยหมายถึงลักษณะตามที่กล่าวมาข้างบน ใบจะมีลักษณะที่ตรงที่ปลายใบอาจจะมีการโค้งชี้ขึ้นสูงกว่าเล็กน้อย ที่ปลายใบส่วนใหญ่จะมีการ Twist เกิดขึ้น โดยค่า S-angle จะมีค่าติดลบ มากกว่า 60°

Encephalartos Middelburgensis

จะแบ่งเป็น 5 Form

1. Avontuur Form มีหนามลดขนาดลงไปเป็น serie

2. Storfberg Form มีหนามที่ขอบใบจำนวนมาก

encephalartos middelburgensis

encephalartos middelburgensis

3. Olifants River Form ใบจะมีการบิดเป็นแนวองศาเดียวกัน

4. Wilge River Form ใบใหญ่และแผ่ออก

5. Die Hel Form ใบธรรมดา

© 2017:Mr.Prince Farm, All Rights Reserved | Awesome Theme by: D5 Creation | Powered by: WordPress